การทดสอบในครั้งนี้เน้นเฉพาะการใช้งาน CPU เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจาก GPU ไม่ได้ตั้ง SLI ไว้ทำให้ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเทียบกับระบบเก่า เนื่องจาก slot ของ motherboard ไม่ได้ถูกออกแบบให้ใส่การ์ดจอตัวใหญ่ 2 ตัวพร้อมการ์ด Wireless LAN ได้ ทำให้ต้องเปลี่ยน GPU ให้ทำงานใน mode x16/x1 แทน

Is it worth upgrading?

ผลการทดสอบจะประกอบด้วยข้อมูลสามส่วนด้วยกันคือ

- Old System ข้อมูลระบบเดิม

- Default ข้อมูลระบบก่อนการ Overclock

- Overclocked ข้อมูลระบบหลังจากการ Overclock

โดยในแต่ละกราฟจะมีชื่อโปรแกรมที่ใช้ในการทดสอบและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับระบบเดิม และเมื่อเทียบกับระบบก่อนทำการ Overclock

image

image

ถ้าเปรียบเทียบกับระบบเก่าอย่างคราวๆ ด้วย CPU ที่ถูก overclock ไปที่ 4.0-4.2GHz เหมือนกัน จะพบว่าผ่านไป 4 ปีประสิทธิภาพในเบื้องต้นของ CPU ทำงานเร็วกว่าเดิมน่าจะเร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

Real-world Performance

หลังจากทราบประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างคราวๆ เมื่อเทียบกับระบบเดิมไปแล้ว มาดูว่าถ้าเทียบกับระบบใหม่ๆ ในปัจจุบันจะสามารถเทียบชั้นกับ CPU รุ่นพี่ๆ ได้หรือไม่? โดยผลการทดสอบเทียบจากเว็บ anandtech

ผลการทดสอบจะประกอบด้วยข้อมูล 5 ส่วนด้วยกันคือ

- Intel Xeon E5 2687W v3 เป็น CPU Xeon สำหรับ server ตัวใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกับ Haswell-E ราคาก็น่าจะแพงกว่าตัว Extreme ข้างล่าง 2 เท่า

- Intel 5960X ตัว top ของสาย Haswell-E ตอนนี้ ราคาก็ 3x,xxx

- Intel 5930K ตัวรองของสาย Haswell-E ราคาก็ 20k ต้นๆ

- Intel 4960X ตัว top ของ product line เดียวกับ 5820k เมื่อซึ่งเปิดตัวเมื่อปีก่อน ราคาตอนนั้นก็ 30k+ เหมือนกัน

- My 5820K O.C. ก็คือตัวระบบของผมนั่นเอง

โดยในแต่ละกราฟจะมีชื่อโปรแกรมที่ใช้ในการทดสอบและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับระบบเดิม Intel 5960X

image

image

image

การทดสอบบน browser ของผมใช้ Chrome 38 ส่วนเว็บ Anand ใช้ Chrome 35

(ยิ่งน้อยยิ่งดี)image

(ยิ่งน้อยยิ่งดี)image

image

image

https://www.cpubenchmark.net/high_end_cpus.htmlimage

image

image

สรุปโดยคราวๆ จะพบว่าระบบนี้จะเร็วกว่าตัว Intel 5960X ถ้าเป็นการทำงานแบบ single thread ประมาณ 20% เพราะความเร็ว CPU ต่ำกว่า ในทางกลับกันถ้าเป็นการทำงานแบบ multi thread ระบบนี้จะทำงานช้ากว่าตัว Intel 5960X น้อยแค่ 5% เท่านั้น ทั้งที่มีจำนวน CPU แค่ 6/12T เทียบกับ 8/16T ส่วนราคาต่างกันถึง 23k บาท

Other Benchmarks

image

P1-wPrime-6T

P1-IntelExtremeTuning

Intel 520 @ 120GBimage

SoftPerfect RAMDisk 3.4.6image

ถ้าเทียบกับ DDR3 ความเร็วปกติ นี่ latency เพิ่มขึ้นบานเลยhttps://lovemiyoun.files.wordpress.com/2014/08/capture1.png

เนื่องจาก PC เครื่องเก่า มีอาการ BSOD + ค้างอย่างหาสาเหตุไม่ได้ แม้ว่าทำการล้างค่าเกี่ยวกับการ Overclock ออกทั้งหมดแล้วก็ตาม ผลการรัน Stress test โหดๆ หลายตัว ไม่ว่าจะเป็น MemTest, LinX, HardDisk Scan ก็ไม่ขึ้น error แต่ประการใด แม้กระทั่งทำการลง Windows ใหม่ ปัญหาก็ยังคงอยู่ ทำให้ต้องตัดสินใจ ซื้อ upgrade เครื่องใหม่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้งานโปรแกรมต่างๆ เช่น Visual Studio, SQL Server, Amibroker เป็นต้น

Upgraded Items

10153161_10201796872602551_23963000777066162_n

1. Intel® Core™ i7-5820K Processor

(15M Cache, up to 3.60 GHz)

5820K เป็น CPU ตัวถูกที่สุดของตระกูล Haswell-E (ซึ่งใช้สถาปัตยกรรมตัวเดียวกับ Intel Xeon ที่เป็น CPU ที่ใช้ใน server) ทำให้เหมาะสำหรับการทำงานหนักๆ ที่เน้นการประมวลผลเยอะๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องแลกกับการใช้พลังงานที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่งผลให้ความร้อนก็สูงตามไปด้วย

http://www.anandtech.com/show/8426/the-intel-haswell-e-cpu-review-core-i7-5960x-i7-5930k-i7-5820k-tested

2. ASUS X99-A Motherboard

คุณสมบัติประจำตัวของ product line สาย enthusiast นี้คือ mainboard จะมีราคาแพงเป็นปกติและมีรุ่นให้เลือกค่อนข้างน้อยในยี่ห้อเดียวกัน ปกติเปิดมารุ่นต่ำสุดก็เกือบหมื่นล่ะ จะขยับไปเล่น ตระกูล ROG ก็ไม่ได้ เพราะปีนี้ ASUS เพิ่งเปิดตัว ROG ไปแค่รุ่นเดียว และเป็นตัว top ของสายเลย ทำให้ราคาล่อไปเกือบจะ 20k สุดท้ายเลยมาจบลงที่ตัวถูกที่สุดของ ASUS ที่ใช้ chipset X99 นั่นก็คือ X99-A

http://www.asus.com/Motherboards/X99A/

3. G.SKILL Ripjaws 4 (DDR4 16GB @ 2400MHz)

หนึ่งในจุดที่ทำให้หลายคนไม่กล้าจะเล่น Haswell-E เพราะมันมาพร้อม RAM generation ใหม่ที่ทั้งแรง, เร็ว และแพง โดยสาเหตุที่ทำให้แพงนอกจากเป็น DDR4 (ซึ่งแพงกว่า DDR3 อย่างต่ำๆ ก็ 30%) ก็เพราะว่ามันขายเป็น set ล่ะ 4 ตัว (จากเดิม DDR3 จะเป็น set ล่ะ 2 ตัว) ทำให้ความจุขั้นต่ำของระบบนี้ จะเริ่มต้นที่ 16GB

http://www.gskill.com/en/product/f4-2400c15q-16grr

4. NZXT Kraken X31 120mm Closed Loop Liquid Cooler

จากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า ตัว CPU ตระกูลนี้มันกินไฟเยอะกว่าสาย mainstream เกือบเท่าตัว ทำให้การใช้ heatsink พร้อมพัดลม 2 ตัวไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป ประกอบกับความตั้งใจที่จะ Overclock เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเลือกที่จะขยับขึ้นมาใช้การระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Closed-loop แทน

ตัว X31 เป็นระบบระบายความร้อนด้วยน้ำตอนเดียว (1 พัดลม) ที่ราคาคุ้มค่าตัวหนึ่งในตลาด ต้องขอบคุณร้าน TK ที่แนะนำรุ่นนี้ให้ผมใช้ โดยรุ่นนี้มาพร้อมการรับประกันยาวนานถึง 6 ปี และโปรแกรมบน iOS สำหรับแจ้งเตือนได้ทันทีถ้าอุณหภูมิในเครื่องเกินที่กำหนด

http://www.nzxt.com/product/detail/150-kraken-x31-120mm-liquid-cooler.html

Test SETUP

CPU: Intel® Core™ i7-5820K Processor

Motherboard: ASUS X99-A

RAM: G.SKILL DDR4 16 GB (F4-2400C15Q-16GRR)

GPU: Palit NVIDIA GTX 460 1GB x 2

Harddisk: Intel 520 SSD 120GB

Power Supply: Corsair AX860i

Case: LANCOOL PC-K62 (เกือบใส่ Cooler ไม่เข้า เพราะน็อตที่แถมมามันสั้นเกินไป)

OS: Windows 8.1 Build 9600

10710988_10201798104873357_6309028402324554859_n

Overclock & Temperature

ทดสอบที่อุณหภูมิห้องแอร์ 26 องศา

Default System With No Hyper Threading
IdleDefault-Idle
Full loadDefault-FullLoad-LinX

หลังจากพยายามลากผ่านการปรับค่า BCLK ทำให้ boot ไม่ขึ้นจนต้อง clear CMOS ไปรอบ เลยหันมาปรับแค่ Clock Ratio แทน ตอนแรกกะว่าจะลากไปสัก 4.5GHz แต่ปรากฎว่าด้วยข้อจำกัดด้านการระบายความร้อนที่ยังสู้พวก water cooling แท้ๆ ไม่ได้

จากรูปข้างล่างจะเห็นว่าหลังจากการทำ stress test ไปหนึ่งชั่วโมง ความร้อนสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 81 องศา(สำหรับบาง core ส่วนอุณหภูมิ CPU โดยรวมไม่เกิน 75 องศา) โดยระบบนี้มีการกินไฟมากกว่าเดิมประมาณ 100-110 watt

Overclock @ 4.2 Ghz (42 x 100 MHz)

พัดลมใช้โหมด Standard ของ AI Suite 3

Idleimage
Full loadimage

Next: My upgraded workstation PC – Benchmark

I was playing around with deploying an ASP.NET application to a server using Web Deploy in Visual Studio 2012 and I go this annoying little error.  I’d fill out the dialog for publishing via Web Deploy and when I’d click “Validate Connection” it would run and eventually fail.  The problem turned out to be “user error” obscured by a misleading error message.  (Scroll to the bottom for the fix.)

image_thumb

When I clicked on the “Failed (click for details)” link, it would show me the following:

Could not connect to the remote computer (“servername”) using the specified process (“Web Management Service”) because the server did not respond.  Make sure that the process (“Web Management Service”) is started on the remote computer.  Learn more at http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=221672#ERROR_COULD_NOT_CONNECT_TO_REMOTESVC.  The remote server returned an error: (550).

image_thumb1

That link in the error message take you here and that page walks you through verifying that you can 1) ping the remote machine, 2) verify that the msdepsvc or wmsvc services are started, and 3) that the firewall isn’t blocking ports 80 or 8172. 

I tried pinging the server from my developer machine and it worked.

image_thumb2

I checked the Web Deployment Agent Service (msdevsvc) and the Web Management Service (wmsvc) and they were both running.

image_thumb3

I checked the Windows Firewall and (being someone who’s not one to leave anything to anything to chance and favors the brute force approach) turned the Firewall off entirely

SNAGHTML3f140ac_thumb

Everything seemed to be set up properly but the error remained.  Maybe it’s user error.  Hmmm. 

The Fix.

I started looking at the values that I was typing into the dialog and that Site name one was bothering me.  Did I have that value right? 

image_thumb4

The site name field relates to the name of the Internet Information Server (IIS) site instance name on the server.  I logged onto the target server and opened up the Internet Information Services (IIS) Manager console.

I expanded the nodes until I saw the list of sites and it turns out that it’s not “defaultwebsite” but instead it’s “Default Web Site”. 

image_thumb5

I went back to the Web Deploy Publish Web dialog, changed the values and clicked Validate Connection.

image_thumb6

This time it worked. 

Summary

The ERROR_COULD_NOT_CONNECT_TO_REMOTESVC error message could indicate that you’ve typed the IIS site name value in incorrectly.  Verify the site name on the target server in IIS Manager and try again.

credit: http://www.benday.com/2013/07/12/fix-error_could_not_connect_to_remotesvc-error-using-visual-studio-2012-web-deploy/

 

Capture

จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2003 จนถึงต้นปี 2014 เป็นเวลา 10 ปี จะพบว่าข้อมูลของ SET Index และการซื้อขายสะสมของต่างชาติจะลักษณะตามรูปข้างล่างครับ

fundflow

หลังจากนั้นเราจะทำการแบ่งออกเป็นช่วงๆ โดยยึดเฉพาะส่วน top, bottom ของแนวโน้มที่มีการซื้อขายสะสมเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 17,256 ล้านบาทขึ้น แล้วนำมา plot เป็นกราฟ

fundflow-data

เมื่อนำข้อมูลทั้ง 38 จุด มาหาความสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) จะได้ผลลัพธ์ 0.7238 แปลว่า การเปลี่ยนแปลงของดัชนี SET Index มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันสูง กับ การเปลี่ยนแปลงของยอดการซื้อขายสะสมของต่างชาติ จากข้อมูลทดสอบในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

fund flow

แต่ถ้าเราทำการ Normalize ข้อมูลโดยหารข้อมูลทั้งสองด้วยระยะเวลาระหว่างแต่ละช่วงแล้ว จะพบว่าค่าความสัมพันธ์จะยิ่งเพิ่มขึ้นอีก เป็น 0.85775

fundflow-normalize

จากข้อมูลข้างต้นจะทำให้พอสรุปอย่างคราวๆ ในกรอบระยะเวลาตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไปได้ว่า
– ในช่วงที่ฝรั่งมีการซื้อสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยมากกว่า 250 ล้านบาทต่อวันขึ้นไป SET มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น
– ในทางกลับกับ ถ้าฝรั่งมียอดซื้อขายสะสมลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยมากกว่า 500 ล้านบาทต่อวันขึ้นไป SET มีแนวโน้มจะปรับตัวลดลง

 

Reference:

Correlation

How to Interpret a Correlation Coefficient r

What’s RSI?

RSI คือ Indicator สำหรับบ่งชี้ความแข็งแรงของแนวโน้มชนิดหนึ่ง ซึ่งคำนวณจาก ค่าเฉลี่ยวันที่ปิดบวก/ค่าเฉลี่ยวันที่ปิดลบ แล้วนำมาแปลงเป็นดัชนี 0-100 โดยที่ถ้าค่าต่ำกว่า 30 คือขายมากเกินไป(Over Sold) สูงกว่า 70 คือซื้อมากเกินไป(Over Bought)

rsi-2-rsplot

 

Testing

เพื่อจะให้รู้ว่าการซื้อขายโดยใช้ RSI ในรูปแบบไหนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากที่สุด ผมจึงได้ทำการทดสอบสัญญาณซื้อที่เกิดจาก RSI ที่ใช้กันทั่วไปๆ ทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน ผ่านโปรแกรม Amibroker

การทดสอบจะเป็นการจำลองซื้อขายหุ้นจำนวน 638 ตัว ในช่วงเวลา 13 ปี (2000-2013) ตามสัญญาณที่เกิดขึ้น โดยจะเป็นซื้อแล้วถือเป็นระยะเวลาต่างๆ เวลาที่ใช้ในการแสดงจะหน่วยเป็น bar (จำนวนวันที่มีการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์) ส่วนผลการทดสอบจะมีกราฟอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน

1. Avg. Profit % แสดงผลตอบแทนเฉลี่ยเทียบกับเงินลงทุนในแต่ละครั้ง โดยจะใช้แกนทางซ้ายของ chart

2. Winning % แสดงอัตราส่วนการทำกำไร โดยจะใช้แกนทางซ้ายของ chart

3. Payoff Ratio แสดงอัตราส่วนผลตอบแทน ระหว่าง ค่าเฉลี่ยของกำไร/ค่าเฉลี่ยของขาดทุน โดยจะใช้แกนทางขวาของ chart

 

* ผลการทดสอบนี้อาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์ ช่วงเวลา สภาวะตลาด และความสมบูรณ์ของข้อมูลที่ใช้ในการทดสอบ ดังนั้นควรทดสอบด้วยตัวเองก่อนการนำไปประยุกต์ใช้

** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

 

Buy Signal: RSI cross-up oversold (30)

ซื้อเมื่อสัญญาณตัดขึ้นเหนือเส้น oversold

RSI (Cross-Up 30)

Winning Ratio เกือบ 50% หลังจาก 90 bar (และไม่มากไปกว่านี้)

จะทำกำไรหลังจาก 30 bar

ระบบจะทำกำไรเฉลี่ย 10% หลังจาก 170 bar

ระบบจะทำกำไรเฉลี่ย 20% หลังจาก 244 bar

image

จุดขายที่เหมาะสม

- 231 bar กำไรเฉลี่ย 19.67% โดยจะมี Profit Distribution ตามรูปข้างล่าง profdist2

สรุปสัญญาณในรูปแบบนี้จะทำกำไรได้ดี ก็ต่อเมื่อถือไปไม่ต่ำกว่า 170 bar (หรือเกือบ 8 เดือน) และจะให้กำไร 20% เมื่อถือเกือบครบ 1 ปี ดังนั้นการซื้อรูปแบบนี้จึงเหมาะกับหุ้นที่มีพื้นฐานดีและพื้นฐานไม่เปลี่ยนเท่านั้น

 

Buy Signal: RSI cross-down oversold (30)

ซื้อเมื่อสัญญาณตัดลงต่ำกว่าเส้น oversold

RSI (Cross-Dwon 30)

ระบบจะทำกำไรหลังจาก 47 bar โดยค่าอย่างอื่นเป็นรอง Cross-Up 30 อยู่ประมาณ 5% ดังนั้นควรเลือกใช้กลยุทธ Cross-Up Oversold แทน

 

Buy Signal: RSI cross-up overbought (70)

ซื้อเมื่อสัญญาณตัดขึ้นเหนือเส้น overbought

RSI (Cross-Up 70)

Winning Ratio จะสูงกว่า 50% หลังจากแค่ 11 bar (และสูงสุุดเกือบๆ 60%)

ระบบจะทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างคงที่ โดยกำไรจะเพิ่มขึ้นเร็วในช่วงแรก และช้าลง

ระบบจะทำกำไรเฉลี่ย 10% หลังจาก 68 bar

ระบบจะทำกำไรเฉลี่ย 20% หลังจาก 148 bar

image

จุดขายที่เหมาะสม

156 bar กำไรเฉลี่ย 20.62% โดยจะมี Profit Distribution ตามรูปข้างล่าง

profdist

สรุปสัญญาณซื้อรูปแบบนี้ ให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอกว่าการซื้อที่บริเวณใกล้เขต oversold ระบบจะทำกำไรได้ดีเมื่อผ่านไปไม่นาน ประมาณ 3 เดือน และมี winning/payoff ratio ที่ดี ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้งานทั่วๆ ไป โดยไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพของหุ้นมากนัก

 

Buy Signal: RSI cross-down overbought (70)

ซื้อเมื่อสัญญาณตัดลงต่ำกว่าเส้น overbought

RSI (Cross-Down 70)

ลักษณะกราฟจะคล้ายคลึงกับ Cross-up overbought แต่จะเหมือน lag กว่าหน่อย ดังนั้นความใช้ Cross-up overbought แทน

 

Summary

image

image

image

จากรูปข้างต้นจะเห็นได้ว่าค่า RSI Index ที่เหมาะสมที่สุดในการใช้ตัดสินใจซื้อคือ 70 นั่นเอง

เพิ่มเติม

ถ้าเอาผลการทดสอบของระบบ RSI Cross-up 70 ไปเปรียบเทียบกับระบบ Follow buy เมื่อราคา break new high ในรอบ 55 วัน (กราฟเส้นจางกว่า) จะพบว่าระบบทั้งสองมีลักษณะที่คล้ายกันมาก เพราะจริงๆ มันก็คือ trend following เหมือนกัน แต่ระบบ New High จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในช่วง 100 bar แรก

New High (Break-up) VS RSI (Cross-up 70)

Trading Research 2014

  • Price & Volume
  • Indicator Signature
    • RSI
    • MACD
    • BB
    • SMA
    • EMA
    • ZigZag
  • Money Management & Possibility Management
  • Arbitage
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.